วันนี้ 28 เมษายน 2554
เสียงระเบิดเพิ่งสงบลงตอนแปดโมงเข้า
ข่าวบอกว่ามีทหารเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน
ฟังข่าววิทยุขณะเดินทางไปสัมภาษณ์ผู้สอบบรรจุครู
น้องๆมาจากกาบเชิง พูดให้ฟัง ทั้งน้ำตา
ว่าชาวบ้านกลัวแทบตาย วิ่งขึ้นรถปิ๊กอัพอย่างไร
ให้ได้ครบ 30 คน ผู้หญิงกับเด็กขึ้นก่อน
ลูกระเบิดมาตกที่หลังโรงเรียนมัธยมกาบเชิง
คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง
============ =================
ชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆในอำเภอกาบเชิง
และอำเภอพนมดงรักอพยพเข้ามาพักพิงที่โรงเรียน
โรงเรียนภูตัน อำเภอกาบเชิง
และยังมีอีก 2 แห่ง
นอกจากนั้นก็อพยพมาพักพิงที่โรงเรียนประสาทวิทยาคารและอื่นๆ
อำเภอปราสาทซึ่งห่างจากอำเภอเมืองสุรินทร์เพียงไม่ถึง 30 กม.
!!!!!!?????
========= =====================
ผู้ทำหน้าที่รักษาพยาบาล ทั้งในโรงพยาบาล
สถานีอนามัยในจังหวัดสุรินทร์ มีหน้าที่เข้าเวรยาม
ดูแลผู้ป่วยกาย ป่วยใจ ใครได้รับบาดเจ็บหนักก็ส่งเข้า
โรงพยาบาลสุรินทร์......
เราขอให้กำลังใจทุกท่านในแนวหน้า
เชิญชวนทุกท่านบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้อพยพชาวไทย
จังหวัดสุรินทร์ กันคนละไม้ละมือ
ถ้าเขาต้องการโลหิต เราคนหนึ่งละ จะไปบริจาค
ด้วยความเต็มใจ.
+++++++++++++++++++
อนาถใจมากไทยกับเขมร เหมือนกันกับ
ชาวนากับงูเห่าจริง
คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองคนไทยสุรินทร์ด้วยเถิด สาธุ
28 เมษายน 2554
24 เมษายน 2554
ว5 (54) หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยะฐานะหรือเลือนเป็นวิทยะฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ
ชี้เกณฑ์เชิงประจักษ์ยึด "ผลปฏิบัติงาน" ก.ค.ศ.เพิ่มช่องทางคัดค้านที่เว็บเขต
นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)
เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ก.ค.ศ.) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มี
ผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะเป็นวิทยฐานะ
ชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และคู่มือการประเมินว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำ
คู่มือหลักเกณฑ์และวิธีการให้เสร็จสมบูรณ์และให้เป็นไปตามมติ ก.ค.ศ.ตลอดจนนโยบาย
ของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยมีการปรับ
รายละเอียดเพิ่มเติมในบางส่วน ได้แก่ เมื่อมีการเสนอข้าราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษาที่มีผลงานดีเด่นจะต้องประกาศลงในเว็บไซต์เพื่อรับฟังคำคัดค้าน3 ระดับ คือ
ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับหน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการครูในส่วนกลางและ
ระดับสำนักงาน ก.ค.ศ. จากเดิมที่จะกำหนดให้ประกาศขึ้นเว็บไซต์ในระดับหน่วยงาน
ต้นสังกัด และสำนักงาน ก.ค.ศ. ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางที่นายชินวรณ์ต้องการ
ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถเสนอชื่อตนเองให้สถานศึกษา หรือ
หน่วยงานพิจารณาเสนอชื่อเพื่อขอรับการประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ได้
"เมื่อมีการประกาศลงเว็บไซต์เพื่อรับฟังคำคัดค้าน หากมีผู้แสดงความคิดเห็นเข้ามาสำนักงาน
ก.ค.ศ.จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาพิจารณาว่าเป็นเช่นไร ซึ่งจะเป็นผลดีเพราะจะทำให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน
นอกจากจะให้มีการคัดค้านในเว็บไซต์แล้ว ยังสามารถส่งคำคัดค้านมาทางไปรษณีย์อีกช่องทางหนึ่ง"
เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว และว่า สำหรับหลักเกณฑ์ด้านอื่นๆก็เป็นไปตามมติ ก.ค.ศ. อาทิ คุณสมบัติ
ของผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกหรือขอรับการประเมินต้องเป็นไปตามที่กำหนด คือ มีคุณสมบัติ
ตามมาตรฐานวิทยฐานะ มีภาระงานสอนขั้นต่ำหรือภาระงานตามที่ส่วนราชการกำหนด ปฏิบัติ
งานตามหน้าที่และความรับผิดชอบย้อนหลัง 2 ปีและมีผลงานดีเด่นที่ประสบความสำเร็จเป็นที่
ประจักษ์ เช่น เป็นผลงานที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป หรือเป็นผลงานที่ส่วนราชการ
ต้นสังกัดพิจารณาแล้วเห็นว่าเทียบเคียงกับผลงานที่ได้รับรางวัลระดับชาติขึ้นไป หากจะยื่นขอ
ให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษจะต้องมี 2 รางวัล ส่วนวิทยฐานะ
เชี่ยวชาญพิเศษ จะต้องมี 3 รางวัล โดยรางวัลดังกล่าวต้องอยู่ภายในระยะเวลา 3 ปี แต่หาก
เกินเวลาที่กำหนดต้องมีการพัฒนางานและใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม
สำนักงานก.ค.ศ.จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้
รายงานข่าวแจ้งว่า ข้าราชการครูที่มีผลงานดีเด่นระดับชาติแต่ละปีนั้น มีจำนวนเยอะประมาณ
1,000 คน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะผ่านการประเมินและได้เลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและ
เชี่ยวชาญ ต้องดูด้วยว่ารางวัลที่ได้นั้นสอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งเดิมมี
การเสนอว่าเมื่อข้าราชการครูกลุ่มนี้ มีรางวัลการันตีแล้ว ก็ควรให้เลื่อนวิทยฐานะได้เลย
แต่ที่ประชุมเห็นว่าควรจะต้องมีการประเมินด้วย
แหล่งที่มา : http://www.matichon.
http://www.kruthai.info/main/board03_/showss.php?Category=newsedu&No=253
เห็นใจผู้ส่งใหม่เนาะ
เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ก.ค.ศ.) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มี
ผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะเป็นวิทยฐานะ
ชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และคู่มือการประเมินว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำ
คู่มือหลักเกณฑ์และวิธีการให้เสร็จสมบูรณ์และให้เป็นไปตามมติ ก.ค.ศ.ตลอดจนนโยบาย
ของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยมีการปรับ
รายละเอียดเพิ่มเติมในบางส่วน ได้แก่ เมื่อมีการเสนอข้าราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษาที่มีผลงานดีเด่นจะต้องประกาศลงในเว็บไซต์เพื่อรับฟังคำคัดค้าน3 ระดับ คือ
ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับหน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการครูในส่วนกลางและ
ระดับสำนักงาน ก.ค.ศ. จากเดิมที่จะกำหนดให้ประกาศขึ้นเว็บไซต์ในระดับหน่วยงาน
ต้นสังกัด และสำนักงาน ก.ค.ศ. ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางที่นายชินวรณ์ต้องการ
ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถเสนอชื่อตนเองให้สถานศึกษา หรือ
หน่วยงานพิจารณาเสนอชื่อเพื่อขอรับการประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ได้
"เมื่อมีการประกาศลงเว็บไซต์เพื่อรับฟังคำคัดค้าน หากมีผู้แสดงความคิดเห็นเข้ามาสำนักงาน
ก.ค.ศ.จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาพิจารณาว่าเป็นเช่นไร ซึ่งจะเป็นผลดีเพราะจะทำให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน
นอกจากจะให้มีการคัดค้านในเว็บไซต์แล้ว ยังสามารถส่งคำคัดค้านมาทางไปรษณีย์อีกช่องทางหนึ่ง"
เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว และว่า สำหรับหลักเกณฑ์ด้านอื่นๆก็เป็นไปตามมติ ก.ค.ศ. อาทิ คุณสมบัติ
ของผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกหรือขอรับการประเมินต้องเป็นไปตามที่กำหนด คือ มีคุณสมบัติ
ตามมาตรฐานวิทยฐานะ มีภาระงานสอนขั้นต่ำหรือภาระงานตามที่ส่วนราชการกำหนด ปฏิบัติ
งานตามหน้าที่และความรับผิดชอบย้อนหลัง 2 ปีและมีผลงานดีเด่นที่ประสบความสำเร็จเป็นที่
ประจักษ์ เช่น เป็นผลงานที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป หรือเป็นผลงานที่ส่วนราชการ
ต้นสังกัดพิจารณาแล้วเห็นว่าเทียบเคียงกับผลงานที่ได้รับรางวัลระดับชาติขึ้นไป หากจะยื่นขอ
ให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษจะต้องมี 2 รางวัล ส่วนวิทยฐานะ
เชี่ยวชาญพิเศษ จะต้องมี 3 รางวัล โดยรางวัลดังกล่าวต้องอยู่ภายในระยะเวลา 3 ปี แต่หาก
เกินเวลาที่กำหนดต้องมีการพัฒนางานและใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม
สำนักงานก.ค.ศ.จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้
รายงานข่าวแจ้งว่า ข้าราชการครูที่มีผลงานดีเด่นระดับชาติแต่ละปีนั้น มีจำนวนเยอะประมาณ
1,000 คน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะผ่านการประเมินและได้เลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและ
เชี่ยวชาญ ต้องดูด้วยว่ารางวัลที่ได้นั้นสอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งเดิมมี
การเสนอว่าเมื่อข้าราชการครูกลุ่มนี้ มีรางวัลการันตีแล้ว ก็ควรให้เลื่อนวิทยฐานะได้เลย
แต่ที่ประชุมเห็นว่าควรจะต้องมีการประเมินด้วย
แหล่งที่มา : http://www.matichon.
http://www.kruthai.info/main/board03_/showss.php?Category=newsedu&No=253
เห็นใจผู้ส่งใหม่เนาะ
23 เมษายน 2554
ทุนฟุลไบร้ท์สำหรับผู้อำนวยการ และหัวหน้ากลุ่มสาระฯต่างๆที่มีความฝัน อายุไม่เกิน 50 ปี
ช่วงนี้ มีทุนฟุลไบร์ท์สำหรับผู้อำนวยการโรงเรียนและครูหัวหน้า
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีไฟอยู่ 8 ทุน สำหรับไปสัมมนาด้านการบริหาร
การศึกษา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 3 สัปดาห์
ช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2554 ถ้าท่านอายุไม่เกิน 50 ปี
เราขอสนับสนุนให้ท่านสมัครเข้าร่วมโครงการเต็มที่เลย
ช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2554 ถ้าท่านอายุไม่เกิน 50 ปี
เราขอสนับสนุนให้ท่านสมัครเข้าร่วมโครงการเต็มที่เลย
สมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2554
ใบประกาศทุน
โครงการสัมมนาและแลกเปลี่ยนสำหรับผู้อำนวยการและหัวหน้ากลุ่มสาระ
Educational Seminars Program (ESP)
รัฐบาลสหรัฐฯ ร่วมกับมูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน (ฟุลไบรท์)[1] กำลัง
เปิดรับสมัครชิงทุน Educational Seminars Program ประจำปีการศึกษา
2554 ที่เปิดโอกาสให้ผู้อำนวยการโรงเรียนและหัวหน้ากลุ่มสาระ 8 กลุ่มวิชา
ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาจำนวน 8 ทุน ไปร่วมสัมมนาด้านการบริหาร
การศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 3 อาทิตย์ ระหว่างเดือนตุลาคม –
พฤศจิกายน 2554 เพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพความรู้ความสามารถ
และทักษะด้านการสอน สื่อการเรียนการสอน การพัฒนาแผนการสอน
ระบบการจัดการในห้องเรียนและเทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้
ในการศึกษา เพื่อพร้อมรับความเป็นสากล ร่วมกับบุคลากรด้านการศึกษา
ชาวอเมริกัน โดยโรงเรียนของอาจารย์ผู้รับทุนจะต้องรับเป็นโรงเรียน
เจ้าภาพแก่คู่แลกเปลี่ยนผู้บริหารชาวอเมริกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในเดือน
กรกฏาคม 2555 (วันที่รอการยืนยัน) โดยผู้รับทุนสามารถวางแผนการศึกษา
ดูงานร่วมกับคู่แลกเปลี่ยนและโรงเรียนได้ตามความเหมาะสม เช่น
เป็นผู้ช่วยสอน ร่วมวางแผนพัฒนาหลักสูตร เยี่ยมชมโรงเรียนใกล้เคียง
และสถานที่สำคัญในชุมชน
เปิดรับสมัครชิงทุน Educational Seminars Program ประจำปีการศึกษา
2554 ที่เปิดโอกาสให้ผู้อำนวยการโรงเรียนและหัวหน้ากลุ่มสาระ 8 กลุ่มวิชา
ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาจำนวน 8 ทุน ไปร่วมสัมมนาด้านการบริหาร
การศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 3 อาทิตย์ ระหว่างเดือนตุลาคม –
พฤศจิกายน 2554 เพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพความรู้ความสามารถ
และทักษะด้านการสอน สื่อการเรียนการสอน การพัฒนาแผนการสอน
ระบบการจัดการในห้องเรียนและเทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้
ในการศึกษา เพื่อพร้อมรับความเป็นสากล ร่วมกับบุคลากรด้านการศึกษา
ชาวอเมริกัน โดยโรงเรียนของอาจารย์ผู้รับทุนจะต้องรับเป็นโรงเรียน
เจ้าภาพแก่คู่แลกเปลี่ยนผู้บริหารชาวอเมริกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในเดือน
กรกฏาคม 2555 (วันที่รอการยืนยัน) โดยผู้รับทุนสามารถวางแผนการศึกษา
ดูงานร่วมกับคู่แลกเปลี่ยนและโรงเรียนได้ตามความเหมาะสม เช่น
เป็นผู้ช่วยสอน ร่วมวางแผนพัฒนาหลักสูตร เยี่ยมชมโรงเรียนใกล้เคียง
และสถานที่สำคัญในชุมชน
โครงการนี้เปิดรับสมัครตั้งแต่เดือน มีนาคม – มิถุนายน ของทุกปี
ผู้สมัครต้องเป็นอาจารย์สังกัดโรงเรียนมัธยมศึกษา
ที่มีคุณสมบัติดังนี้
ที่มีคุณสมบัติดังนี้
· เป็นคนไทย อายุไม่เกิน 50 ปีในวันที่ปิดรับสมัคร และอาศัยอยู่ในประเทศไทย
· เป็นคุณครูหัวหน้ากลุ่มสาระ 8 กลุ่มวิชาในโรงเรียนมัธยมศึกษาทั้งก่อนไปและหลัง
จากสิ้นสุดการรับทุนและประสบการณ์การสอน 5 ปีขึ้นไป ต้องดำรงตำแหน่งทั้งในช่วง
ที่สมัครและหลังจากที่เสร็จสิ้นการรับทุน
·มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป
· มีความสามารถทางภาษาอังกฤษดี สามารถร่วมอภิปรายกับอาจารย์ชาวอเมริกัน
อย่างเต็มที่และเข้าร่วมทุกกิจกรรมได้ตามกำหนดการ
อย่างเต็มที่และเข้าร่วมทุกกิจกรรมได้ตามกำหนดการ
· ต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานตันสังกัดให้ลาเพื่อเข้าร่วมโครงการเป็นระยะเวลา
3 สัปดาห์
3 สัปดาห์
· โรงเรียนของคุณครูผู้รับทุนต้องรับเป็นโรงเรียนเจ้าภาพรับอาจารย์ชาวอเมริกัน
เป็นเวลา2 สัปดาห์ในเดือน กรกฏาคม 2554
· กำลังดำเนินการสอนหนึ่งในวิชาดังกล่าวและจะต้องมีความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี
ต่อการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีประสิทธิภาพอันจะส่งผลถึง
การพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียนเป็นสำคัญ
· เป็นผู้ที่ไม่เคยรับทุนฟุลไบรท์
คุณครูที่สนใจสมัครชิงทุนสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและข้อมูลเพิ่มเติม
จากเว็บไซต์ของมูลนิธิฯที่ www.fulbrightthai.org และต้องส่ง
ใบสมัครที่กรอกสมบูรณ์พร้อมติดรูปถ่าย พร้อมทั้งแนบหนังสือ
อนุมัติจากผู้อำนวยการ หนังสือรับรอง หลักฐานการศึกษา
ประวัติย่อ ทรานสคริป พร้อมทำสำเนาใบสมัครและเอกสารทั้งหมด
จัดเป็นชุดเพิ่มอีก 4 ชุด รวม 5 ชุด (ห้ามใช้ลวดเย็บกระดาษ
และไม่รับเอกสารนอกเหนือจากที่ระบุ) ไปยัง มูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน
(ฟุลไบรท์) เลขที่ 21/5 อาคารไทยวา 1 ชั้น 3 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพ10120”
ภายในวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2554 หากมีข้อสงสัยประการใด
กรุณาติดต่อ คุณชีวรัตน์ ที่โทร 02-285-0581-2 ต่อ 107
จากเว็บไซต์ของมูลนิธิฯที่ www.fulbrightthai.org และต้องส่ง
ใบสมัครที่กรอกสมบูรณ์พร้อมติดรูปถ่าย พร้อมทั้งแนบหนังสือ
อนุมัติจากผู้อำนวยการ หนังสือรับรอง หลักฐานการศึกษา
ประวัติย่อ ทรานสคริป พร้อมทำสำเนาใบสมัครและเอกสารทั้งหมด
จัดเป็นชุดเพิ่มอีก 4 ชุด รวม 5 ชุด (ห้ามใช้ลวดเย็บกระดาษ
และไม่รับเอกสารนอกเหนือจากที่ระบุ) ไปยัง มูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน
(ฟุลไบรท์) เลขที่ 21/5 อาคารไทยวา 1 ชั้น 3 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพ
กรุณาติดต่อ คุณ
ใบสมัครที่ไม่สมบูรณ์จะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการพิจารณาทันที
ทุนนี้ไม่ใช่ทุนฟุลไบรท์และไม่รับผู้ที่เคยได้รับทุนฟุลไบรท์และทุน TEA
อย่างไรก็ดี ผู้ได้รับทุนนี้ สามารถสมัครทุนต่างๆ ของ
อย่างไรก็ดี ผู้ได้รับทุนนี้ สามารถสมัครทุนต่างๆ ของ
ฟุลไบรท์ได้ หากมีคุณสมบัติตามกำหนด
[1] มูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน (ฟุลไบรท์) ช่วยบริหารทุนนี้ตามคำขอของรัฐบาลสหรัฐฯ ผู้ได้รับทุนจะไม่ถือว่าได้รับทุนฟุลไบรท์
22 เมษายน 2554
ชาวบ้านริมโขงเข้ากทม.ประท้วงลาวสร้างเขื่อนไซยะบุรี
ชาวบ้านริมโขงเข้ากทม.ประท้วงลาวสร้างเขื่อนไซยะบุรี
วันที่ 18/04/2554 14:29 (ผ่านมา 3 วัน 10 ชั่วโมง 23 นาที)วันที 18 เม.ย. นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ในวันนี้ ชาวบ้านประมาณ 100 คน จาก 8 จังหวัดในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง จะเดินทางมากรุงเทพฯเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรี แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่า หากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น จะเกิดผลกระทบใหญ่หลวงกับวิถีการดำรงชีวิตของชุมชนและระบบนิเวศน์ของแม่น้ำโขง โดยในวันที่ 19 เม.ย.นี้ สำนักงานคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือเอ็มอาร์ซี (Mekong River Commission) จะจัดประชุมวาระพิเศษของคณะกรรมการร่วม (Joint Committee Special Session) 4 ประเทศ (กัมพูชา, ลาว, ไทย และเวียดนาม) ที่สำนักงานในนครหลวงเวียงจันทน์เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับโครงการนี้
นอกจากนี้ นายนิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระแสการต่อต้านการสร้างเขื่อนไซยะบุรีกำลังรุนแรงขึ้นทุกวัน โดยสื่อมวลชนของเวียดนามในหลายสำนัก ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การสร้างเขื่อนครั้งนี้ เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศท้ายน้ำ ซึ่งจะได้รับผลกระทบ และ ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา นายจิม เว็บบ์ ประธานอนุกรรมาธิการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการชะลอสร้างเขื่อนนี้ เพราะอาจส่งผลกระทบกับประชาชน 60 ล้านคน ที่พึ่งพาแม่น้ำโขง
"ในส่วนของประเทศไทยนั้น ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงต่างรู้สึกกังวลมาก เพราะหากมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีจริง จะทำให้ปลานับร้อยสายพันธุ์ต้องหายไป โดยเฉพาะปลาบึก ซึ่งว่ายจากตอนใต้ของลาวไปวางไข่บริเวณเชียงของทุกปี จะไม่สามารถว่ายผ่านเขื่อนไปได้อีก ขณะนี้รัฐบาลไทยยังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมาชัดเจน ทั้งๆ ที่มีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนครั้งนี้ ดังนั้น พวกเราจึงต้องเดินทางมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา โดยมีผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง" นายนิวัฒน์ กล่าว
ไทยรัฐออนไลน์ http://thairecent.com/Education/2011/845441/
21 เมษายน 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
