28 เมษายน 2554

เกร็ดเล็กๆแต่ใหญ่เยี่ยงชีวิตของคนสุรินทร์

วันนี้ 28 เมษายน 2554 
เสียงระเบิดเพิ่งสงบลงตอนแปดโมงเข้า
ข่าวบอกว่ามีทหารเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน

ฟังข่าววิทยุขณะเดินทางไปสัมภาษณ์ผู้สอบบรรจุครู

น้องๆมาจากกาบเชิง พูดให้ฟัง ทั้งน้ำตา

ว่าชาวบ้านกลัวแทบตาย  วิ่งขึ้นรถปิ๊กอัพอย่างไร
ให้ได้ครบ 30 คน  ผู้หญิงกับเด็กขึ้นก่อน
ลูกระเบิดมาตกที่หลังโรงเรียนมัธยมกาบเชิง

คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง 
============ =================

ชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆในอำเภอกาบเชิง
และอำเภอพนมดงรักอพยพเข้ามาพักพิงที่โรงเรียน
โรงเรียนภูตัน อำเภอกาบเชิง  
และยังมีอีก 2 แห่ง 
 นอกจากนั้นก็อพยพมาพักพิงที่โรงเรียนประสาทวิทยาคารและอื่นๆ 


 อำเภอปราสาทซึ่งห่างจากอำเภอเมืองสุรินทร์เพียงไม่ถึง 30 กม.


!!!!!!????? 

========= =====================
ผู้ทำหน้าที่รักษาพยาบาล  ทั้งในโรงพยาบาล
สถานีอนามัยในจังหวัดสุรินทร์  มีหน้าที่เข้าเวรยาม
ดูแลผู้ป่วยกาย  ป่วยใจ  ใครได้รับบาดเจ็บหนักก็ส่งเข้า
โรงพยาบาลสุรินทร์......

เราขอให้กำลังใจทุกท่านในแนวหน้า


เชิญชวนทุกท่านบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้อพยพชาวไทย
จังหวัดสุรินทร์ กันคนละไม้ละมือ


ถ้าเขาต้องการโลหิต   เราคนหนึ่งละ  จะไปบริจาค
ด้วยความเต็มใจ.


+++++++++++++++++++


อนาถใจมากไทยกับเขมร เหมือนกันกับ
ชาวนากับงูเห่าจริง


คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองคนไทยสุรินทร์ด้วยเถิด สาธุ

24 เมษายน 2554

ว5 (54) หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยะฐานะหรือเลือนเป็นวิทยะฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ


หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยะฐานะหรือเลือนเป็นวิทยะฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ 

สิ่งที่ส่งมาด้วย มีรายละเอียดประกอบด้วย

(1) หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยะฐานะหรือเลือนเป็นวิทยะฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ
1. ครู
  - ครูชำนาญการพิเศษ  - ครูเชี่ยวชาญ
2. รอง ผอ.สถานศึกษา
  - รอง.ผอ.ชำนาญการพิเศษ
  - รอง.ผอ.เชี่ยวชาญ
3. ผอ.สถานศึกษา
  - ผอ.ชำนาญการพิเศษ
  - ผอ.เชี่ยวชาญ
4. รอง ผอ.สพท
  - รองผอ.สพท. ชำนาญการพิเศษ
  - รองผอ.สพท.เชี่ยวชาญ
5. ผอ.สพท
  - ผอ.สพท.เชี่ยวชาญ
6. รอง ผอ.กศน จังหวัด
  - รองผอ.กศน.จังหวัด ชำนาญการพิเศษ
  - รอง ผอ.กศน.จังหวัด เชี่ยวชาญ
7. ผอ.กศน จังหวัด
  - ผอ กศน.จังหวัดเชี่ยวชาญ
8 . ศึกษานิเทศก์
  - ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ  - ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ

(2) แบบคำขอให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยะฐานะหรือเลือนเป็นวิทยะฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ (ทุกตำแหน่ง) 
(3) แบบรายงานด้านที่ 1 ด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
  - แบบรายงานด้านที่ 1 ทุกตำแหน่งและทุกวิทยฐานะ

(4) แบบรายงานผลการปฏิบัติงาน (ด้านที่ 3)
แบบรายงานด้านที่ 3 สายงานการสอน
  - การศึกษาพิเศษ
  - เด็กปกติและเด็กปฐมวัย
  - สำนักงาน กศน
แบบรายงานด้านที่ 3 สายงานนิเทศการศึกษา
แบบรายงานด้านที่ 3 สายงานบริหารการศึกษา
  - สพท.  - กศน.
แบบรายงานด้านที่ 3 สายงานบริหารสถานศึกษา
  - กศน.
  - ศูนย์การศึกษาพิเศษ
  - สพฐ.  - อาชีวะ
  - โรงเรียนเฉพาะความพิการ

(5) แบบข้อเสนอในการพัฒนางาน (ด้านที่ 3 ส่วนที่ 3)

(6) แบบคัดค้านผู้ได้รับการคัดเลือกฯ


อ่านรายละเอียดได้ ที่


http://www.kroobannok.com



ชี้เกณฑ์เชิงประจักษ์ยึด "ผลปฏิบัติงาน" ก.ค.ศ.เพิ่มช่องทางคัดค้านที่เว็บเขต

นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)
เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 
(ก.ค.ศ.) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มี
ผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะเป็นวิทยฐานะ
ชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และคู่มือการประเมินว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำ
คู่มือหลักเกณฑ์และวิธีการให้เสร็จสมบูรณ์และให้เป็นไปตามมติ ก.ค.ศ.ตลอดจนนโยบาย
ของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยมีการปรับ
รายละเอียดเพิ่มเติมในบางส่วน ได้แก่ เมื่อมีการเสนอข้าราชการครูและบุคลากรทาง
การศึกษาที่มีผลงานดีเด่นจะต้องประกาศลงในเว็บไซต์เพื่อรับฟังคำคัดค้าน3 ระดับ คือ
 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับหน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการครูในส่วนกลางและ
ระดับสำนักงาน ก.ค.ศ. จากเดิมที่จะกำหนดให้ประกาศขึ้นเว็บไซต์ในระดับหน่วยงาน
ต้นสังกัด และสำนักงาน ก.ค.ศ. ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางที่นายชินวรณ์ต้องการ
ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถเสนอชื่อตนเองให้สถานศึกษา หรือ
หน่วยงานพิจารณาเสนอชื่อเพื่อขอรับการประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ได้ 

"เมื่อมีการประกาศลงเว็บไซต์เพื่อรับฟังคำคัดค้าน หากมีผู้แสดงความคิดเห็นเข้ามาสำนักงาน
 ก.ค.ศ.จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาพิจารณาว่าเป็นเช่นไร ซึ่งจะเป็นผลดีเพราะจะทำให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน 
นอกจากจะให้มีการคัดค้านในเว็บไซต์แล้ว ยังสามารถส่งคำคัดค้านมาทางไปรษณีย์อีกช่องทางหนึ่ง" 
เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว และว่า สำหรับหลักเกณฑ์ด้านอื่นๆก็เป็นไปตามมติ ก.ค.ศ. อาทิ คุณสมบัติ
ของผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกหรือขอรับการประเมินต้องเป็นไปตามที่กำหนด คือ มีคุณสมบัติ
ตามมาตรฐานวิทยฐานะ มีภาระงานสอนขั้นต่ำหรือภาระงานตามที่ส่วนราชการกำหนด ปฏิบัติ
งานตามหน้าที่และความรับผิดชอบย้อนหลัง 2 ปีและมีผลงานดีเด่นที่ประสบความสำเร็จเป็นที่
ประจักษ์ เช่น เป็นผลงานที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติขึ้นไป หรือเป็นผลงานที่ส่วนราชการ
ต้นสังกัดพิจารณาแล้วเห็นว่าเทียบเคียงกับผลงานที่ได้รับรางวัลระดับชาติขึ้นไป หากจะยื่นขอ
ให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษจะต้องมี 2 รางวัล ส่วนวิทยฐานะ
เชี่ยวชาญพิเศษ จะต้องมี 3 รางวัล โดยรางวัลดังกล่าวต้องอยู่ภายในระยะเวลา 3 ปี แต่หาก
เกินเวลาที่กำหนดต้องมีการพัฒนางานและใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม 
สำนักงานก.ค.ศ.จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ 

รายงานข่าวแจ้งว่า ข้าราชการครูที่มีผลงานดีเด่นระดับชาติแต่ละปีนั้น มีจำนวนเยอะประมาณ 
1,000 คน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะผ่านการประเมินและได้เลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและ
เชี่ยวชาญ ต้องดูด้วยว่ารางวัลที่ได้นั้นสอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งเดิมมี
การเสนอว่าเมื่อข้าราชการครูกลุ่มนี้ มีรางวัลการันตีแล้ว ก็ควรให้เลื่อนวิทยฐานะได้เลย 
แต่ที่ประชุมเห็นว่าควรจะต้องมีการประเมินด้วย 





แหล่งที่มา :  http://www.matichon.

http://www.kruthai.info/main/board03_/showss.php?Category=newsedu&No=253


เห็นใจผู้ส่งใหม่เนาะ  



23 เมษายน 2554

ทุนฟุลไบร้ท์สำหรับผู้อำนวยการ และหัวหน้ากลุ่มสาระฯต่างๆที่มีความฝัน อายุไม่เกิน 50 ปี

ช่วงนี้ มีทุนฟุลไบร์ท์สำหรับผู้อำนวยการโรงเรียนและครูหัวหน้า
กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีไฟอยู่  8 ทุน สำหรับไปสัมมนาด้านการบริหาร
การศึกษา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 3 สัปดาห์ 
ช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2554 ถ้าท่านอายุไม่เกิน 50 ปี 
 เราขอสนับสนุนให้ท่านสมัครเข้าร่วมโครงการเต็มที่เลย
สมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2554 

ใบประกาศทุน
โครงการสัมมนาและแลกเปลี่ยนสำหรับผู้อำนวยการและหัวหน้ากลุ่มสาระ
Educational Seminars Program (ESP)

รัฐบาลสหรัฐฯ ร่วมกับมูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน (ฟุลไบรท์)[1] กำลัง
เปิดรับสมัครชิงทุน Educational Seminars Program ประจำปีการศึกษา 
2554 ที่เปิดโอกาสให้ผู้อำนวยการโรงเรียนและหัวหน้ากลุ่มสาระ 8 กลุ่มวิชา
ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาจำนวน 8 ทุน ไปร่วมสัมมนาด้านการบริหาร
การศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 3 อาทิตย์ ระหว่างเดือนตุลาคม –
 พฤศจิกายน 2554 เพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพความรู้ความสามารถ
และทักษะด้านการสอน สื่อการเรียนการสอน การพัฒนาแผนการสอน 
ระบบการจัดการในห้องเรียนและเทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้
ในการศึกษา เพื่อพร้อมรับความเป็นสากล ร่วมกับบุคลากรด้านการศึกษา
ชาวอเมริกัน โดยโรงเรียนของอาจารย์ผู้รับทุนจะต้องรับเป็นโรงเรียน
เจ้าภาพแก่คู่แลกเปลี่ยนผู้บริหารชาวอเมริกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในเดือน
กรกฏาคม 2555 (วันที่รอการยืนยัน) โดยผู้รับทุนสามารถวางแผนการศึกษา
ดูงานร่วมกับคู่แลกเปลี่ยนและโรงเรียนได้ตามความเหมาะสม เช่น 
เป็นผู้ช่วยสอน ร่วมวางแผนพัฒนาหลักสูตร เยี่ยมชมโรงเรียนใกล้เคียง
และสถานที่สำคัญในชุมชน

โครงการนี้เปิดรับสมัครตั้งแต่เดือน มีนาคม – มิถุนายน ของทุกปี

ผู้สมัครต้องเป็นอาจารย์สังกัดโรงเรียนมัธยมศึกษา
ที่มีคุณสมบัติดังนี้
· เป็นคนไทย อายุไม่เกิน 50 ปีในวันที่ปิดรับสมัคร และอาศัยอยู่ในประเทศไทย
· เป็นคุณครูหัวหน้ากลุ่มสาระ 8 กลุ่มวิชาในโรงเรียนมัธยมศึกษาทั้งก่อนไปและหลัง
จากสิ้นสุดการรับทุนและประสบการณ์การสอน 5 ปีขึ้นไป ต้องดำรงตำแหน่งทั้งในช่วง
ที่สมัครและหลังจากที่เสร็จสิ้นการรับทุน
·มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป
· มีความสามารถทางภาษาอังกฤษดี สามารถร่วมอภิปรายกับอาจารย์ชาวอเมริกัน
อย่างเต็มที่และเข้าร่วมทุกกิจกรรมได้ตามกำหนดการ
· ต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานตันสังกัดให้ลาเพื่อเข้าร่วมโครงการเป็นระยะเวลา 
3 สัปดาห์
· โรงเรียนของคุณครูผู้รับทุนต้องรับเป็นโรงเรียนเจ้าภาพรับอาจารย์ชาวอเมริกัน
เป็นเวลา2 สัปดาห์ในเดือน กรกฏาคม 2554
·  กำลังดำเนินการสอนหนึ่งในวิชาดังกล่าวและจะต้องมีความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี
ต่อการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีประสิทธิภาพอันจะส่งผลถึง
การพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียนเป็นสำคัญ
· เป็นผู้ที่ไม่เคยรับทุนฟุลไบรท์

 คุณครูที่สนใจสมัครชิงทุนสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและข้อมูลเพิ่มเติม
จากเว็บไซต์ของมูลนิธิฯที่ www.fulbrightthai.org  และต้องส่ง
ใบสมัครที่กรอกสมบูรณ์พร้อมติดรูปถ่าย พร้อมทั้งแนบหนังสือ
อนุมัติจากผู้อำนวยการ หนังสือรับรอง หลักฐานการศึกษา 
ประวัติย่อ ทรานสคริป พร้อมทำสำเนาใบสมัครและเอกสารทั้งหมด
จัดเป็นชุดเพิ่มอีก 4 ชุด รวม 5 ชุด (ห้ามใช้ลวดเย็บกระดาษ
 และไม่รับเอกสารนอกเหนือจากที่ระบุ) ไปยัง มูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน 
(ฟุลไบรท์) เลขที่ 21/5 อาคารไทยวา 1 ชั้น 3 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพ 10120”
ภายในวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2554 หากมีข้อสงสัยประการใด
 กรุณาติดต่อ คุณชีวรัตน์ ที่โทร 02-285-0581-2 ต่อ 107

ใบสมัครที่ไม่สมบูรณ์จะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการพิจารณาทันที
ทุนนี้ไม่ใช่ทุนฟุลไบรท์และไม่รับผู้ที่เคยได้รับทุนฟุลไบรท์และทุน TEA 
     อย่างไรก็ดี ผู้ได้รับทุนนี้ สามารถสมัครทุนต่างๆ ของ
ฟุลไบรท์ได้ หากมีคุณสมบัติตามกำหนด



[1]  มูลนิธิการศึกษาไทย-อเมริกัน (ฟุลไบรท์) ช่วยบริหารทุนนี้ตามคำขอของรัฐบาลสหรัฐฯ ผู้ได้รับทุนจะไม่ถือว่าได้รับทุนฟุลไบรท์


22 เมษายน 2554

ชาวบ้านริมโขงเข้ากทม.ประท้วงลาวสร้างเขื่อนไซยะบุรี

ชาวบ้านริมโขงเข้ากทม.ประท้วงลาวสร้างเขื่อนไซยะบุรี

วันที่ 18/04/2554 14:29 (ผ่านมา 3 วัน 10 ชั่วโมง 23 นาที)

ชาวบ้านริมโขงเข้ากทม.ประท้วงลาวสร้างเขื่อนไซยะบุรี






ชาวบ้าน 8 จังหวัดริมน้ำโขง บุกสถานทูตลาว ค้านเขื่อนไซยะบุรี ก่อนวันตัดสิน 19 เม.ย. ขณะที่สื่อเวียดนามออกโรงวิจารณ์ขรม ด้านส.ส.มะกันออกแถลงการณ์ต้านด้วย...

วันที 18 เม.ย. นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ในวันนี้ ชาวบ้านประมาณ 100 คน จาก 8 จังหวัดในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง จะเดินทางมากรุงเทพฯเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรี แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่า หากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น จะเกิดผลกระทบใหญ่หลวงกับวิถีการดำรงชีวิตของชุมชนและระบบนิเวศน์ของแม่น้ำโขง โดยในวันที่ 19 เม.ย.นี้ สำนักงานคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือเอ็มอาร์ซี (Mekong River Commission) จะจัดประชุมวาระพิเศษของคณะกรรมการร่วม (Joint Committee Special Session) 4 ประเทศ (กัมพูชา, ลาว, ไทย และเวียดนาม) ที่สำนักงานในนครหลวงเวียงจันทน์เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับโครงการนี้

นอกจากนี้ นายนิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระแสการต่อต้านการสร้างเขื่อนไซยะบุรีกำลังรุนแรงขึ้นทุกวัน โดยสื่อมวลชนของเวียดนามในหลายสำนัก ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การสร้างเขื่อนครั้งนี้ เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศท้ายน้ำ ซึ่งจะได้รับผลกระทบ และ ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา นายจิม เว็บบ์ ประธานอนุกรรมาธิการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ของสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการชะลอสร้างเขื่อนนี้ เพราะอาจส่งผลกระทบกับประชาชน 60 ล้านคน ที่พึ่งพาแม่น้ำโขง

"ในส่วนของประเทศไทยนั้น ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงต่างรู้สึกกังวลมาก เพราะหากมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรีจริง จะทำให้ปลานับร้อยสายพันธุ์ต้องหายไป โดยเฉพาะปลาบึก ซึ่งว่ายจากตอนใต้ของลาวไปวางไข่บริเวณเชียงของทุกปี จะไม่สามารถว่ายผ่านเขื่อนไปได้อีก ขณะนี้รัฐบาลไทยยังไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมาชัดเจน ทั้งๆ ที่มีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนครั้งนี้ ดังนั้น พวกเราจึงต้องเดินทางมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา โดยมีผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง" นายนิวัฒน์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์ 
http://thairecent.com/Education/2011/845441/